นโยบาย บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด
ที่ PDPA-P-003/2564
เรื่อง คำประกาศคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกระบวนการรับสมัครพนักงาน
(Privacy Notice Policy for Recruitment)
____________________________________
บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัดมหาชน (“บริษัท) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
และมีการกำกับดูแล และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
ให้มีความสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
จึงขอแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ให้ท่านทราบเพื่อเป็นการปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
1. ลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้สามารถระบุถึงตัวบุคคลธรรมดานั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
โดยไม่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง
ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง
ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ
ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (เช่น
การสแกนลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า เป็นต้น)
หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม
2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
(ก) ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน ได้แก่ ชื่อ นามสกุล
หมายเลขบัตรประชาชน เพศ สัญชาติ วันเดือนปีเกิด
(ข) ข้อมูลติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์
อีเมล์
(ค) ข้อมูลคุณสมบัติ ได้แก่ การศึกษาและผลการศึกษา
การฝึกอบรม ประสบการณ์ ข้อมูลวิชาชีพ ใบประกาศหรือผลคะแนนที่แสดงถึงความสามารถทางภาษาหรือความสามารถอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้อง
(ง) ข้อมูลเกี่ยวข้องกับสถานที่ทำงานเดิม
เช่น ตำแหน่งงาน หนังสือรับรองการทำงาน สำเนาเอกสารการจ่ายเงินเดือน
(จ) ข้อมูลอื่นๆ
ที่ท่านได้ให้ไว้ในประวัติการทำงาน (Resume/CV)
2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
(ก) ผลทดสอบการประเมินพฤติกรรม
ผลการสอบสัมภาษณ์ ผลการสอบข้อเขียน ทัศนคติและไหวพริบของผู้สมัคร
(ข) ผลตรวจสุขภาพของผู้สมัคร
(ค) ข้อมูลประวัติอาชญากรรม
และข้อมูลจากผู้อ้างอิง หรือจากสถานที่ทำงานเดิม
ข้อสงวนสิทธิ : บริษัทขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ในกรณีที่บริษัทฯ ต้องขอเอกสารระบุตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นๆ ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (sensitive
data) ได้แก่ ศาสนา บริษัทไม่มีความประสงค์จะเก็บข้อมูลดังกล่าว
จึงขอให้ท่านเจ้าของข้อมูลดำเนินการขีดฆ่า หรือ ปิดทึบ ข้อมูลส่วนนั้น ทั้งนี้ หากท่านมิได้ดำเนินการตามที่แจ้ง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการถือเสมือนว่าบริษัทฯ
ไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง
และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะทำการเก็บรวบรวมหากกฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม
และจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทระบุไว้โดยแจ้งชัด
ทั้งนี้ บริษัทอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง
เฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นด้วยวิธีการตามที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้ เช่น จากบริษัทในกลุ่ม
หรือจากพื้นที่สื่อสาธารณะหรือบุคคลผู้อ้างอิงที่ผู้สมัครได้แจ้งไว้
4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(ก)
เพื่อจัดทำฐานข้อมูล
ทะเบียนประวัติ และการติดต่อ
(ข)
เพื่อประเมินความสามารถในการทำงานของผู้สมัคร
(ค)
เพื่อพิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร
(ง) เพื่อพิจารณาตำแหน่งงานของบริษัทฯ
และบริษัทในกลุ่ม ที่เหมาะสมกับประวัติและคุณสมบัติของผู้สมัคร
(จ)
เพื่อความปลอดภัยและเพื่อประโยชน์โดยชอบของบริษัทฯ
ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562
ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท
กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ
ดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ
ที่ใช้บังคับ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว
อาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และบริษัทฯ อาจไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครเพื่อการเข้าทำงานร่วมกับบริษัท
ทั้งนี้ หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท จะแจ้งให้ท่านทราบ และดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด
รวมถึงจัดให้มีบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน
5. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในคำประกาศฉบับนี้
ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่1
ปี นับแต่วันที่ท่านได้บันทึกข้อมูลล่าสุดในการสมัคร และหากท่านได้รับการคัดเลือกเป็นพนักงานบริษัท
จะเก็บข้อมูลของท่านตลอดระยะเวลาที่บริษัทฯ
ยังมีความสัมพันธ์กับท่านในฐานะลูกจ้างของบริษัทฯ และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย
เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในของบริษัท ในกรณีของการเก็บและใช้ข้อมูลประวัติอาชญากรรม
ข้อมูลจากผู้อ้างอิงหรือสถานที่ทำงานเดิม และข้อมูลสุขภาพ
หากท่านไม่ผ่านการคัดเลือก บริษัทฯ จะลบหรือทำลายข้อมูลทิ้งทันที แต่หากท่านผ่านการคัดเลือก บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลตลอดระยะเวลาที่ท่านเป็นพนักงาน
ในกรณีของการเก็บและใช้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการประเมินพฤติกรรม
ทัศนคติและไหวพริบของผู้สมัคร หากท่านไม่ผ่านการคัดเลือก บริษัทฯ จะลบหรือทำลายข้อมูลทิ้งเมื่อครบกำหนด
30 วันแต่หากท่านผ่านการคัดเลือก บริษัทจะเก็บข้อมูลตลอดระยะเวลาที่ท่านเป็นพนักงาน
6. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
บริษัทกำหนดให้มีมาตรการที่เหมาะสม
และเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย
ใช้ แปลง
แก้ไขหรือมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ในฐานะที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 รวมถึงสิทธิต่างๆ ดังนี้
1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูล)
2. สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
3. สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
4. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
5. สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล
6. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
7. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
8. สิทธิในการรับทราบกรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
9. สิทธิในการร้องเรียน หากบริษัทฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 เมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
อนึ่ง บริษัทสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อจำกัดโดยเลือกที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะอย่างบริษัทอาจจะไม่สามารถทำงานร่วมกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือให้บริการใด
ๆ ได้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ยินยอมให้ข้อมูลที่บริษัทต้องการ
8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น
บริษัทอาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่
บริษัทในกลุ่ม/ในเครือ (ถ้ามี) โรงพยาบาล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
บริษัทผู้จัดทำแบบประเมินพฤติกรรมโดยข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ
ทั้งในรูปเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
รวมทั้งในระหว่างการส่งผ่านข้อมูลทุกขั้นตอน
ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทจะดำเนินการตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
9. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้มีการดำเนินการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Protection Officer: DPO) เพื่อตรวจสอบการดำเนินการของบริษัท
ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
10. วิธีการติดต่อ
บริษัท พีทีที
เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด
สถานที่ติดต่อ:
เลขที่ 555/1 ชั้น 16
ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร เอ
ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร
10900
เบอร์โทรศัพท์: 02-1403551
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สถานที่ติดต่อ:
บริษัท พีทีที
เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด
เลขที่ 555/1 ชั้น 16 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์
อาคาร เอ
ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร
10900
อีเมล: DPOOffice@pttmcc.com
11. การเปลี่ยนแปลงนโยบายและแนวปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะทำการพิจารณาทบทวนเงื่อนไขนโยบายบริษัทฯ
ฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบริษัทจะแจ้งให้ทราบด้วยการเผยแพร่ผ่านการประกาศที่เหมาะสมของบริษัท
ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2564