นโยบาย บริษัท พีทีที เอ็มซีซี
ไบโอเคม จำกัด
ที่ PDPA-P-001 / 2565
คำประกาศคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
สำหรับการซื้อขายวัตถุดิบ
ผลิตภัณฑ์และบริการ
____________________________________
บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัดมหาชน (“บริษัท")
ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
และมีการกำกับดูแล การบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
ให้มีความสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ให้ท่านทราบเพื่อเป็นการปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
1. ข้อมูลส่วนบุคคล
1.1. ลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล ในเอกสารฉบับนี้
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้สามารถระบุถึงตัวบุคคลธรรมดานั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
โดยไม่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง
ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง
ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ
ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (เช่น
การสแกนลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า)
หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม บริษัทอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ดังต่อไปนี้
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
(ก) ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อและนามสกุล วันเดือนปีเกิด อายุ สถานที่เกิด
สถานภาพ ข้อมูลตามที่ระบุในบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประชาชน
หรือหมายเลขบัตรประชาชน สัญชาติ ภาพถ่าย ลายเซ็น ข้อมูลและเลขบัญชีธนาคาร
ข้อมูลอันเกี่ยวกับการชำระสินค้า เช่น บัตรเครดิต
(ข) ข้อมูลติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล
ข้อมูลติดต่อผ่านแอพลิเคชั่น หรือข้อมูลติดต่อทางโซเชียลมีเดีย เช่น Line ID, Facebook หรือข้อมูลติดต่อสถานที่ทำงาน
(ค) ตำแหน่งงาน หน่วยงานหรือองค์กร
(ง) ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ อีเมล หมายเลขไอพี
(IP Address) ประเภทของโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) และคุกกี้ (Cookies) ประวัติการสนทนาในแอปพลิเคชันต่างๆ
(จ) ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น ข้อมูลทะเบียนรถยนต์ (กรณีการเข้ามายังพื้นที่บริษัทหรือโรงงาน)
(ฉ) ข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้เมื่อท่านติดต่อ หรือร่วมกิจกรรมใดๆ
กับบริษัท เช่น เลขที่บัญชีธนาคาร
(ช) เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
เช่นสถานที่ทำงานและตำแหน่งงาน ข้อมูลที่ปรากฎในนามบัตร
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
(ก) ข้อมูลการจดจำใบหน้า (กรณีการเข้ามายังพื้นที่บริษัทหรือโรงงาน)
ข้อสงวนสิทธิ บริษัท ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ในกรณีที่บริษัทต้องขอเอกสารระบุตัวตน
เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นๆ
ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (sensitive data) ได้แก่
ศาสนา หรือหมู่เลือด บริษัทไม่มีความประสงค์จะเก็บข้อมูลดังกล่าว จึงขอให้ท่านเจ้าของข้อมูลดำเนินการขีดฆ่า
หรือปิดทึบข้อมูลส่วนนั้น ทั้งนี้ หากท่านมิได้ดำเนินการตามที่แจ้ง
บริษัทขอสงวนสิทธิในการถือเสมือนว่าบริษัทไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้
2. การเคารพสิทธิในความเป็นส่วนบุคคล
บริษัทเคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล และตระหนักดีว่าเจ้าของข้อมูล
ย่อมมีความประสงค์ที่จะได้รับความมั่นคงปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลของตน
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
โดยบริษัทมีมาตรการเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง
และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน หรือขณะทำการเก็บ รวบรวม หากกฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม
และจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทระบุไว้โดยแจ้งชัด
ทั้งนี้ บริษัทอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงเฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นด้วยวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด
โดยบริษัทอาจมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัทในกลุ่ม
หรือจากการอ้างอิงของลูกค้าหรือคู่ค้า หรือข้อมูลโซเชียลมีเดีย หรือจากเว็บไซต์ของบริษัทลูกค้าหรือคู่ค้า
หรือจากหน่วยงานรายการ
4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(ก) เพื่อการซื้อ
ขาย นำเสนอ จัดส่ง รับคืน แลกเปลี่ยน จำหน่ายจ่ายโอน ฝาก รับฝาก ยืม ให้ยืม เช่า
ให้เช่า
รวมถึงการบริหารจัดการบริการหลังการซื้อขายวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการให้และใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายวัตถุดิบและสินค้า อาทิ จ้างและรับจ้างทำ
และ/หรือแปรรูป ผลิต จ้างและรับจ้างขนส่ง
และการจ้างหรือรับจ้างอย่างใดๆในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์ และการจัดหาวัตถุดิบ
(ข) เพื่อบริหารจัดการบันทึกข้อมูลคู่ค้าและลูกค้าในระบบที่บริษัทใช้งาน
(ค) เพื่อดำเนินธุรกรรมและจัดการเอกสารทางการเงิน
เช่น การรับชำระสินค้า เอกสารการการจ่ายการหักภาษี หรือการชำระภาษีที่เกี่ยวข้อง
(ง) เพื่อพัฒนาและบริหารความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัท รวมถึงการจัดกิจกรรมและการวิจัยตลาด
เช่นการสอบถามความพึงพอใจของสินค้าและบริการ เป็นต้น
(จ) เพื่อการบริหารองค์กร
การจัดการสัญญาและการรักษาความปลอดภัย
(ฉ) เพื่อการติดต่อสื่อสารและการประชาสัมพันธ์
(ช) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย
ทั้งนี้
บริษัทจะเก็บรวบรวม
ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน (สำหรับกรณที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม)
เว้นแต่เป็นกรณีที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน
ซึ่งได้แก่ การดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างท่านและบริษัท
หรือเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมด้วยกฎหมายของบริษัท หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น
เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท
กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ
ที่ใช้บังคับ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว
อาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือบริษัทอาจไม่สามารถบริหารหรือจัดการสัญญา
หรืออำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่างๆ ให้กับท่านได้
ทั้งนี้ หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ และดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงจัดให้มีบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน
5. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในคำประกาศฉบับนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ
ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทยังมีความสัมพันธ์กับท่าน
และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็น เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย
เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในของบริษัท
ในกรณีที่ไม่สามารถระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม
(เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุดเป็นระยะเวลา 10 ปี)
6. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
บริษัทกำหนดให้มีมาตรการที่เหมาะสม
และเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท
เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ในฐานะที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562
รวมถึงสิทธิต่างๆ
ดังนี้
7.1.
สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้
เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้
การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
7.2.
สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท
รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทได้
7.3.
สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับบริษัทได้ตามที่กฎหมายกำหนด
7.4.
สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านสำหรับกรณีการเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนได้ตามที่กฎหมายกำหนด
7.5.
สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ตามที่กฎหมายกำหนด
7.6.
สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนด
7.7.
สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
กรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลที่บริษัทมีอยู่นั้นไม่ถูกต้องหรือท่านมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเอง
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7.8. สิทธิในการรับทราบกรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทอาจมีการพิจารณาทบทวนและแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแจ้งนี้ตามความเหมาะสมในบางครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม
7.9.
สิทธิในการร้องเรียน
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ 2562
หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ 2562 เมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว
จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อนึ่ง บริษัทสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อจำกัดโดยเลือกที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะอย่าง
อาจส่งผลให้ไม่สามารถได้รับบริการจากบริษัทได้อย่างเต็มที่
รวมทั้งบริษัทอาจจะไม่สามารถทำงานร่วมกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือให้บริการใดๆ ได้
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ยินยอมให้ข้อมูลที่บริษัทต้องการ
8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น
บริษัทอาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่น
หรือบริษัทในกลุ่ม รวมถึงพันธมิตรทางกลยุทธ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัท ในการจัดหาและ/หรือจัดส่งผลิตภัณฑ์และให้บริการในรูปแบบต่างๆ
หรือตามความจำเป็นตามสมควรในการปฏิบัติตามสัญญา
ในการบังคับใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท ในการให้บริการหรือในการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยี
หรือกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมบริษัท หรือการขายกิจการ นอกจากนี้
บริษัทอาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานภาครัฐตามข้อบังคับของกฎหมายหรือตามคำสั่งศาลหรือตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
โดยข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ
ทั้งในรูปเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
รวมทั้งในระหว่างการส่งผ่านข้อมูลทุกขั้นตอน
ทั้งนี้
ในกรณีที่ต้องมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทจะดำเนินการตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
9. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้มีการดำเนินการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Protection Officer : DPO) เพื่อตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
10. วิธีการติดต่อ
ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
โปรดติดต่อบริษัท ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้
บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด
สถานที่ติดต่อ:
เลขที่
555/1 ชั้น 16 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร เอ
ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร
10900
เบอร์โทรศัพท์: 02-1403551
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สถานที่ติดต่อ:
บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด
เลขที่ 555/1 ชั้น 16 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร เอ
ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900
อีเมล: DPOOffice@pttmcc.com
11. การเปลี่ยนแปลงนโยบายและแนวปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะทำการพิจารณาทบทวนเงื่อนไขนโยบายบริษัทฉบับนี้เป็นครั้งคราว
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบด้วยการเผยแพร่ผ่านการประกาศที่เหมาะสมของบริษัท
ประกาศ ณ
วันที่ 1 มิถุนายน
2565