นโยบาย บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด
ที่ PDPA-P-002 / 2564
เรื่อง คำประกาศคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับพนักงาน
(Privacy Notice Policy for Employee)
____________________________________
บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัดมหาชน (“บริษัท) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมีการกำกับดูแล และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ให้มีความสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ให้ท่านทราบเพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
1. ลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้สามารถระบุถึงตัวบุคคลธรรมดานั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (เช่น การสแกนลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า เป็นต้น) หรือ ข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม
1.2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
(ก) ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน ได้แก่ ชื่อ นามสกุล ข้อมูลปรากฎบนสำเนาบัตรประชาชน เพศ สัญชาติ วันเดือนปีเกิด ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว สำเนาการเปลี่ยนแปลงชื่อ-นามสกุล ใบสูติบัตร สำเนาทะเบียนรถยนต์
(ข) ข้อมูลครอบครัว ได้แก่ ชื่อนามสกุลของคู่สมรส บุตร บุพการี อาชีพ สถานที่ทำงาน/สถานที่เรียน สถานะการสมรส สำเนาทะเบียนสมรส สําเนาบัตรประชาชนคู่สมรส สำเนาสูติบัตรหรือสำเนาทะเบียนรับรองบุตร
(ค) ข้อมูลติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ สำเนาทะเบียนบ้าน ข้อมูลโซเชียลมีเดีย เช่น Line, Facebook
(ง) ข้อมูลคุณสมบัติ ได้แก่ การศึกษา การฝึกอบรม ประสบการณ์ ข้อมูลวิชาชีพ ใบประกาศหรือผลคะแนนที่แสดงถึงความสามารถทางภาษาหรือความสามารถอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การประเมินศักยภาพการทำงาน สําเนาใบผ่านการเกณฑ์ทหาร
(จ) ข้อมูลเกี่ยวข้องกับสถานที่ทำงานเดิม เช่น ตำแหน่งงาน หนังสือรับรองการทำงาน สำเนาเอกสารการจ่ายเงินเดือนและผลตอบแทนต่าง ๆ ใบผ่านงาน ประวัติสรุปผลการทำงาน
(ฉ) ข้อมูลอื่น ๆ ที่ท่านได้ให้ไว้ในประวัติการทำงาน (Resume/CV)
(ช) ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร ข้อมูลการสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ข้อมูลประกันสังคม ข้อมูลเกี่ยวกับภาษี
(ซ) ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน ได้แก่ การหยุด การลา ข้อมูลการเข้าออกพื้นที่ ข้อมูลการใช้ระบบการสื่อสารหรือระบบสารสนเทศของนายจ้าง เอกสารอ้างอิงประกอบการลา เช่นหนังสือรับรองการอุปสมบท
(ฌ) ข้อมูลด้านความปลอดภัย เช่น ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งอุบัติเหตุ เช่น บุคคลให้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน
(ญ) ข้อมูลการเดินทางในหน้าที่การทำงานหรือที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ข้อมูลใบขับขี่ ชนิดของรถ (กรณีมีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้อง) หนังสือเดินทาง (passport)
(ฎ) ข้อมูลการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น คอมพิวเตอร์ ระบบโครงข่าย ระบบอีเมล
(ฏ) ข้อมูลเพื่อการรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เช่นข้อมูลการถือหุ้น ความสัมพันธ์ของพนักงานกับคู่ค้าของบริษัท
1.2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทความอ่อนไหว
(ก) ข้อมูลการประเมินพฤติกรรม ทัศนคติและไหวพริบ
(ข) ข้อมูลสุขภาพของพนักงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ข้อมูลหมู่เลือด
(ค) ข้อมูลความพิการ
(ง) ผลตรวจสารเสพติด
(จ) ข้อมูลจดจำใบหน้า ข้อมูลสแกนม่านตา
ข้อสงวนสิทธิ : บริษัทขอแจ้งให้ท่านทราบว่า
ในกรณีที่บริษัทต้องขอเอกสารระบุตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่น
ๆ ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
(sensitive data) ได้แก่ ศาสนา
หรือ หมู่เลือด บริษัทไม่มีความประสงค์จะเก็บข้อมูลดังกล่าว
จึงขอให้ท่านเจ้าของข้อมูลดำเนินการขีดฆ่า หรือ ปิดทึบ ข้อมูลส่วนนั้น
ทั้งนี้ หากท่านมิได้ดำเนินการตามที่แจ้ง บริษัทขอสงวนสิทธิในการถือเสมือนว่าบริษัท
ไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้
2. การเคารพสิทธิในความเป็นส่วนบุคคล
บริษัทเคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล
และตระหนักดีว่าเจ้าของข้อมูล ย่อมมีความประสงค์ที่จะได้รับความมั่นคงปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลของตน ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
โดยบริษัทมีมาตรการเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้
รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะทำการเก็บรวบรวม หากกฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม
และจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทระบุไว้โดยแจ้งชัด
ทั้งนี้
บริษัทอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นด้วยวิธีการตามที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้
จากกลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ผู้ให้บริการด้านการจ้าง พื้นที่สื่อสาธารณะ
อดีตนายจ้าง ที่ทำงานเดิม หน่วยงานของรัฐ บริษัทประกัน
หรือบุคคลผู้อ้างอิงที่พนักงานได้แจ้งไว้ รวมถึงจากช่องทางติดต่อกับบุคคลภายนอก
เช่น จากช่องทางร้องเรียน เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานผ่านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานต่าง
ๆ ตลอดระยะเวลาที่ท่านทำงานให้กับบริษัท
4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้:
(ก) เพื่อจัดทำฐานข้อมูล
ทะเบียนประวัติ และการติดต่อ
(ข) เพื่อการทำสัญญาจ้างและการปฏิบัติตามสัญญา
กฎระเบียบของบริษัท
(ค) เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเบิกหรือจ่ายค่ารักษาพยาบาล
(ง) เพื่อจัดหา ซื้อ
หรือเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ประกันการเดินทาง
หรือตั๋วต่าง ๆ
(จ) เพื่อตรวจสอบหน้าที่
ความรับผิดชอบ การปฏิบัติงานและความโปร่งใสในการทำงานของพนักงาน
(ฉ) เพื่อการสื่อสารองค์กรและรักษาภาพลักษณ์องค์กร
(ช) จ่ายเงินเดือน ผลตอบแทนหรือผลประโยชน์อื่นแก่พนักงานหรือครอบครัวพนักงาน
การประเมินความสามารถในการทำงานของพนักงาน เพื่อการพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน เช่น การอบรม
(ซ) เพื่อบริหารจัดการสวัสดิการของพนักงาน
รวมถึงการบริหารจัดการระบบประกันสุขภาพ
(ฌ) เพื่อดำเนินการด้านบัญชีและภาษีอากร
(ญ) เพื่อพิจารณาตำแหน่งงานของบริษัท
และบริษัทในกลุ่มหรือการโยกย้ายตำแหน่ง (secondment) ที่เหมาะสมกับประวัติและคุณสมบัติของพนักงาน
(ฎ) เพื่อตรวจสอบตารางการทำงานของพนักงาน
(ฏ) เพื่อตรวจสอบการเข้าพื้นที่
(ฐ) เพื่อการดูแลรักษาความปลอดภัยและเพื่อประโยชน์โดยชอบของพนักงาน
ของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม
(ฑ) เพื่อสอบถามความเห็นและความพึงพอใจของพนักงาน
(ฒ) การสร้างบัญชีผู้ใช้งาน
การระบุตัวตนเพื่อเข้าใช้ระบบงาน และการเข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
(ณ) เพื่อการติดต่อหน่วยงานราชการ
บุคคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจ้าง
(ด) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562
ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท
กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท
ดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง
ๆ ที่ใช้บังคับ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว
อาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่กับบริษัทได้
ทั้งนี้
หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท
จะแจ้งให้ท่านทราบ และดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด
รวมถึงจัดให้มีบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน
5.
ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในคำประกาศฉบับนี้
ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ
โดยบริษัทจะเก็บข้อมูลของท่านตลอดระยะเวลาที่บริษัทยังมีความสัมพันธ์กับท่านในฐานะพนักงานของบริษัท
และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย
เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในของบริษัท
ในกรณีที่ไม่สามารถระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจนบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามาตรฐานของการเก็บรวบรวม
(เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไป 10 ปี)
6. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
บริษัทกำหนดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท
เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง
แก้ไขหรือมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ในฐานะที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ดังนี้
1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูล)
2. สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
3. สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
4. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
5. สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล
6. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
7. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
8. สิทธิในการรับทราบกรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
9. สิทธิในการร้องเรียน
หากบริษัทฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อบริษัทได้รับ คำร้องขอดังกล่าวแล้วจะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อนึ่ง บริษัทสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อจำกัดโดยเลือกที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะอย่างบริษัท
อาจจะไม่สามารถทำงานร่วมกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือให้บริการใด ๆ ได้
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ยินยอมให้ข้อมูลที่บริษัทต้องการ
8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น
บริษัทอาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ บริษัทในกลุ่ม รวมถึงบุคคลหรือหน่วยงานอื่น รวมถึงพันธมิตรทางกลยุทธ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทในการจัดหาและ/หรือจัดส่งผลิตภัณฑ์และให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ หรือตามความจำเป็นตามสมควร ในการบังคับใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท ในการปฏิบัติตามสัญญา ในการให้บริการแก่พนักงาน ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยี
สถาบันการเงิน
บริษัทประกันภัยตลอดจนตัวแทนประกันภัย โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัทผู้จัดทำแบบประเมินพฤติกรรม ที่ปรึกษา (เช่น ที่ปรึกษาทางกฎหมาย
หรือ ที่ปรึกษาด้านการสำรวจความเห็นและความพึงพอใจของพนักงาน) ผู้ตรวจประเมินบริษัท หรือในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมบริษัท หรือการขายกิจการ
นอกจากนี้ บริษัทอาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานภาครัฐตามข้อบังคับของกฎหมายหรือตามคำสั่งศาลหรือตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
ข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ
ทั้งในรูปแบบเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
รวมทั้งในระหว่างการส่งผ่านข้อมูลทุกขั้นตอน
ทั้งนี้
ในกรณีที่ต้องมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทจะดำเนินการตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
9. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้มีการดำเนินการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562
โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) เพื่อตรวจสอบการดำเนินการของบริษัท ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562
รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
10. วิธีการติดต่อ
บริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด
สถานที่ติดต่อ: ฝ่ายงานบริหารองค์กร
เลขที่
555/1 ชั้น 16 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร เอ
ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร
10900
เบอร์โทรศัพท์: 02-1403555
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สถานที่ติดต่อ: บริษัท
พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด
เลขที่ 555/1 ชั้น 16 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์
อาคาร เอ
ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร
10900
อีเมล: DPOOffice@pttmcc.com
เบอร์โทรศัพท์: 02-1403555
11. การเปลี่ยนแปลงนโยบายและแนวปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะทำการพิจารณาทบทวนเงื่อนไขนโยบายบริษัทฉบับนี้เป็นครั้งคราว
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบริษัท จะแจ้งให้ทราบด้วยการเผยแพร่ผ่านการประกาศที่เหมาะสมของบริษัท
ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2564